sponsor

sponsor

Slider

Search This Blog

Theme images by kelvinjay. Powered by Blogger.

Blog Archive

Recent Tube

Business

Technology

Life & style

Games

Sports

Fashion

โคเวย์นำขบวนจิตอาสาปลูกป่า ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนในกิจกรรม“แต้มสี เติมป่า คืนชีวาให้บางปู”


สมุทรปราการ 29 ธันวาคม 2568 - โคเวย์ (COWAY) แบรนด์เครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศอันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ นำคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสารวมกว่า 180 คน จัดกิจกรรมเพื่อสังคม "แต้มสี เติมป่า คืนชีวาให้บางปู" ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) สมุทรปราการ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในธรรมชาติเพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรน้ตั้งแต่ต้นทาง ฟื้นฟูแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ พร้อมบูรณะจุดชมวิวเพื่อร่วมขับเคลื่อนชุมชนในทุกมิติอย่างยั่งยืน

 

มร. คิ รยง ชอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โคเวย์ ประเทศไทย กล่าวว่า "โคเวย์เชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีต้องเริ่มจากสิ่งแวดล้อมที่ดี เราจึงพัฒนานวัตกรรมเครื่องกน้ำและเครื่องฟอกอากาศควบคู่กับความรับผิดชอบต่อโลกที่เข้มงวด พร้อมมาตรการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง ในส่วนของ กิจกรรม 'แต้มสี เติมป่า คืนชีวาให้บางปู' ครั้งนี้คืออีกหนึ่งกิจกรรมระดับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของโคเวย์ ผ่านการนำพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ป่าที่กำลังเสื่อมโทรม เพื่อให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริง นำไปสู่การสร้างจิตสำนึกรักษ์โลกและการเยียวยาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลงมือปลูกต้นป่าด้วยตัวเองทั้งในป่าชายเลนและพื้นที่บนบก ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของประเทศไทยตั้งแต่ต้นทางได้อย่างยั่งยืน"

 

พื้นที่ป่าชายเลนบางปู ถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศสำคัญของประเทศ โดยเป็นเสมือนปราการธรรมชาติปกป้องชายฝั่งและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำของอ่าวไทย ปัจจุบัน พื้นที่ป่าบางส่วนกำลังเผชิญกับความเสื่อมโทรมและพื้นที่สีเขียวลดลงอย่างต่อเนื่อง โคเวย์ ประเทศไทย จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนและทรัพยากรน้ำของเมืองไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาว

 

กิจกรรม"แต้มสี เติมป่า คืนชีวาให้บางปู"โคเวย์ ประเทศไทย ได้นำเหล่าพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมการปลูกป่าบนบกจำนวน 200 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและประสิทธิภาพการดูดซับคาร์บอน พร้อมปลูกป่าชายเลนอีก 100 ต้น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและคืนสมดุลให้แหล่งอาหารสำหรับสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่การพัฒนาชุมชน โคเวย์ยังได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการซ่อมแซมประตูชัยทางเข้าจุดชมวิวมูลค่า 100,000 บาท เพื่อใช้ในการบูรณะเพิ่มความปลอดภัยและปรับปรุงภูมิทัศน์ให้พร้อมต้อนรับประชาชนได้อย่างเหมาะสม พร้อมนำพนักงานจิตอาสาช่วยทาสีประตูชัย เพิ่มความโดดเด่นสวยงามให้กลายเป็นจุดเช็กอินใหม่สำหรับผู้มาเยือน

 

กิจกรรมเพื่อสังคมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโคเวย์ ประเทศไทย ในการร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังเพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่สังคม ทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสามัคคีและความภาคภูมิใจในองค์กร ผ่านการร่วมแรงร่วมใจของพนักงานเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายเดียวกัน โดยโคเวย์ยังคงเดินหน้าอนุรักษ์และส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรน้ำ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้บริโภคในเมืองไทยอย่างยั่งยืน
#####

 

เกี่ยวกับ Coway Co., Ltd.
Coway แบรนด์ที่รู้จักในฐานะ  Best Life Solution Company จากประเทศเกาหลีใต้ เป็นผู้นำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ บริการในรูปแบบ "Subscribe" ที่มาพร้อมบริการหลังการขายที่เรียกว่า "Coway Care" ในฐานะที่เป็น แบรนด์ที่ให้ความใส่ใจในทุกด้านในชีวิตภายใต้วิสัยทัศน์ Best Life Solution Company ที่มุ่งมั่น มอบน้ำสะอาด และอากาศบริสุทธิ์ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยทั้งด้านการผลิตและดีไซน์เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย ในปัจจุบัน Coway ตั้งอยู่ในหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย เป็นต้น ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.coway.co.th หรือโทร.1421 

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ วิวาลดี้ อินทิเกรเต็ด พับลิค รีเลชั่นส์
ธันยาภรณ์ กาญจนะโหติ (หญิง)     โทร: 084-249-9236        อีเมล:tanyaporn.k@vivaldipr.com
ณิชา นับดี (กิ๊ฟ)                          โทร: 080-579-7559        อีเมล:nicha.nabdee@vivaldipr.com

--
-----------------
Best Regards,
Priew


Titapa Kaeoman (Priew

Media Relations Specialist | Vivaldi Public Relations 

MOBILE : 062 596 5993

Email : Titapa.k@vivaldipr.com

Website : www.vivaldipr.com

        

ซีพีแรมเดินหน้ายุทธศาสตร์ความยั่งยืน ปกป้อง – ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า” สร้างสมดุลระบบนิเวศป่าต้นน้ำบนผืนแผ่นดินไทย




คุณณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมขับเคลื่อนโครงการ "ซีพีแรมรวมน้ำใจ ฟื้นฟูป่า"หนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนของซีพีแรม ด้านการป้องกัน ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อส่งเสริม และฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และสร้างสมดุลระบบนิเวศบนพื้นแผ่นดินไทย ในการนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสาวิตรี เชื้อพงษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติพุเตย และคุณจุไรรัตน์ ลิ้มประเสริฐ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว เข้าร่วมงานในครั้งนี้


ซีพีแรม มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยอย่างเกื้อกูล ด้วยหลักธรรมาภิบาล เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ด้านการปกป้อง ฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในภารกิจขับเคลื่อนความยั่งยืนของซีพีแรม เพื่อฟื้นฟูแหล่งป่าต้นน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติพุเตย อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

นับว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการมีส่วนร่วมและตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สังคม และประเทศชาติ ให้เกิดความยั่งยืนสืบไป

#CPRAM #ซีพีแรม #ซีพีแรมรวมน้ำใจฟื้นฟูป่า

#####

 

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
ฝ่ายบริหารภาพลักษณ์องค์กร :
คุณขวัญชนก แต่ประเสริฐ 091 956 9663 / คุณสรวิชญ์ กองตาพันธุ์ 065 262 4456

 

วิวาลดี้ อินทิเกรเต็ด พับลิค รีเลชั่นส์:
คุณธันยาภรณ์ กาญจนะโหติ 084 249 9236 / คุณอรญา กอบขุนทด 090 267 9000

--
-----------------
Best Regards,
Priew


Titapa Kaeoman (Priew

Media Relations Specialist | Vivaldi Public Relations 

MOBILE : 062 596 5993

Email : Titapa.k@vivaldipr.com

Website : www.vivaldipr.com

        

รพ.วิมุต เปิด 5 โรคยอดฮิตปี 2568 สะท้อนวิกฤตสุขภาพคนไทย NCDs ยังครองแชมป์ คนทำงาน–คนเมืองเสี่ยงสูง ชี้ปี 2569 ภาระสุขภาพเพิ่ม หากไทยไม่เร่งดูแลเชิงป้องกัน




กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 - ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความผันผวน ค่าครองชีพสูง การแข่งขันในการทำงานรุนแรงขึ้น และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว "สุขภาพ" กลายเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่กำหนดคุณภาพชีวิตของประชาชนและประสิทธิภาพเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุด โรงพยาบาลวิมุต เปิดข้อมูลภาพรวมผู้ป่วยปี 2568 พบว่า คนไทยยังคงเข้ารับการรักษาจำนวนมากจากโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งไม่เพียงเป็นปัญหาสาธารณสุข แต่ยังเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

จากข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในปี 2568 โรงพยาบาลวิมุตระบุว่า 5 โรคหรือกลุ่มโรคที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ 1.โรคความดันโลหิตสูง 2.โรคเบาหวาน 3.ภาวะไขมันในเลือดสูง 4.โรคหวัดและโรคทางเดินหายใจ และ 5.กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม โดย 3 อันดับแรกเป็นกลุ่มโรค NCDs ซึ่งสะท้อนปัญหาสุขภาพจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างชัดเจน ทั้งการบริโภคอาหารที่ไม่สมดุล การออกกำลังกายน้อย และความเครียดสะสม ขณะที่โรคหวัดและภูมิแพ้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพอากาศที่แปรปรวนและปัญหาฝุ่น PM2.5 ส่วน ออฟฟิศซินโดรม กลายเป็นโรคประจำตัวของคนวัยทำงานในยุคเศรษฐกิจเร่งรีบ ที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานานและขาดการเคลื่อนไหว

นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า "ปัจจัยที่ทำให้โรคทั้ง 5 กลุ่มนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตในปี 2568 มาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย คนเมืองต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ทำงานหลายบทบาท มีเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเองน้อยลง ขณะเดียวกันพฤติกรรมการกินยังคงพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มหวานเป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวเร่งสำคัญของโรค NCDs ส่วนปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตกสลับร้อน และปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วงฤดูหนาว ส่งผลโดยตรงต่อโรคระบบทางเดินหายใจและภูมิแพ้ ขณะที่ออฟฟิศซินโดรมสะท้อนต้นทุนสุขภาพของแรงงานยุคดิจิทัลที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอวันละหลายชั่วโมง และหากพฤติกรรมเหล่านี้ยังไม่เปลี่ยน แนวโน้มในปี 2569 โรคดังกล่าวจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอาจพบผู้ป่วยในอายุน้อยลง"

"แม้โรคเหล่านี้จะพบได้บ่อย แต่สิ่งที่น่ากังวลคืออาการเริ่มต้นมักไม่ชัดเจน โรคความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง อาจไม่มีอาการในระยะแรก หรือแสดงเพียงอาการเล็กน้อย หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจคัดกรอง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ขณะที่โรคหวัดและภูมิแพ้ หากมีอาการไอ จาม น้ำมูกเรื้อรัง หรือแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง อาจสะท้อนผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ส่วนออฟฟิศซินโดรมที่เริ่มจากอาการปวดเมื่อยเล็กน้อย หากละเลย อาจพัฒนาเป็นอาการปวดเรื้อรัง และส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงาน" นายแพทย์สุวาณิช กล่าวสรุป

ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ปี 2568 ถือเป็นปีที่โรงพยาบาลวิมุตเร่งลงทุนและปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจสุขภาพอย่างจริงจัง ด้วยการเปิด 3 ศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellence Centers) ได้แก่ ศูนย์สุขภาพปอด เพื่อรับมือโรคทางเดินหายใจจาก PM2.5 และภูมิแพ้ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด เพื่อรองรับภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดัน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง และศูนย์กระดูกและข้อ เพื่อดูแลปัญหากล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ จากทั้งวัยทำงานและสังคมผู้สูงอายุ การเปิดศูนย์เหล่านี้สะท้อนทิศทางของวิมุตในการยกระดับการรักษาเฉพาะทาง ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสุขภาพ

สำหรับปี 2569 โรงพยาบาลวิมุตยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนด้านบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมสุขภาพของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเตรียมเปิด ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ เพื่อตอบโจทย์โรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการกิน ความเครียด และวิถีชีวิตคนเมือง ควบคู่กับการเปิด ศูนย์สมอง ที่ให้ความสำคัญกับโรคระบบประสาทซึ่งพบมากขึ้นตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเปิด ศูนย์สุขภาพสตรี ที่ออกแบบการดูแลให้เข้าใจผู้หญิงในทุกช่วงวัย ตั้งแต่การดูแลสุขภาพภายใน การฟื้นฟูสมดุลร่างกาย ไปจนถึงการดูแลด้านความงามและคุณภาพชีวิต ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะสาขาที่มีประสบการณ์ ศูนย์เฉพาะทางเหล่านี้สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ของโรงพยาบาลวิมุตในการพัฒนาบริการสุขภาพให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของประชากรไทย โดยมุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาวทั้งต่อผู้ใช้บริการ ระบบสุขภาพ และการเติบโตของธุรกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โรงพยาบาลวิมุตย้ำว่า การตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งมีโอกาสป้องกันและดูแลโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต
# # # #

เกี่ยวกับโรงพยาบาลวิมุต
โรงพยาบาลวิมุต ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานครฯ เป็นโรงพยาบาลขั้นตติยภูมิ (Tertiary Care) ขนาด 235 เตียง ในรูปแบบอาคารสูง 18 ชั้น ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตรฐานสากลของ Joint Commission International (JCI) เน้นให้บริการรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ สมอง เบาหวาน กระดูก ระบบทางเดินอาหาร และตับ รวมถึงกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  นอกจากนี้ ยังมีบริการทางการแพทย์อื่น ๆ อาทิ ศูนย์สุขภาพผู้สูงอายุ (Geriatric center) เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการดูแลพื้นฟูสภาวะหลังวิกฤต (Transitional Care) เพื่อฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยหลังจากรักษาเพื่อเตรียมตัวก่อนกลับบ้าน เรานำเสนอบริการในรูปแบบ One-stop Service ซึ่งครอบคลุมบริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน (Health to Home) มอบความสะดวกสบายและทันสมัยผ่านการใช้แอปพลิเคชัน ViMUT สำหรับการตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ส่วนบุคคล การจองนัดหมายแพทย์ด้วยตัวเอง การรับคำปรึกษาจากแพทย์แบบออนไลน์ (Tele Medicine Service) และบริการจัดส่งยาและวัคซีนถึงบ้าน (ViMUT Drug delivery)

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลวิมุต :
นันฐณัฏ เลิศปิยะวัฒน์ (แน๊ต)            โทรศัพท์:  089 193 9395         อีเมล: nunthanut_l@vimut.com

วิวาลดี้ อินทิเกรเต็ด พับลิค รีเลชั่นส์
วีรวรรณ แซ่จ๋าว (เอ)                         โทรศัพท์: 092-593-6944         อีเมล: veerawan.s@vivaldipr.com  
ณิชา นับดี (กิ๊ฟ)                               โทรศัพท์: 080-579-7559          อีเมล: nicha.nabdee@vivaldipr.com


--

Best regards,

NOPPARAT MALALUM (AUNN)
SENIOR MEDIA RELATIONS MANAGER | VIVALDI PUBLIC RELATIONS
 
MOBILE +66 93 824 0008 | OFFICE +662 612 2253  | FAX +662 612 2254
EMAIL : 
Nopparat.m@vivaldipr.com
WEBSITE FACEBOOK INSTAGRAM 

โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า จัดงาน Botanica Wisdom Open House นำเสนอพูลวิลล่าระดับลักชัวรี ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่บนทำเลศักยภาพในภูเก็ต ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ครบจบทุกไลฟ์สไตล์



ภูเก็ต 24 ธันวาคม 2568 — โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า (Botanica Luxury Villas) ผู้นำอันดับหนึ่งตลาดพูลวิลล่าสุดหรูแห่งภูเก็ต เดินหน้าสร้างสรรค์โปรเจกต์พูลวิลล่าที่เพียบพร้อมด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่สอดรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยจริงของกลุ่มเป้าหมาย ล่าสุด จัดอีเวนต์สุดพิเศษ "Botanica Wisdom Open House" เปิดวิลล่าตัวอย่างในรูปแบบ Modern Zen ต้อนรับลูกค้า ผู้ที่สนใจ และเอเจนต์ทั้งไทยและต่างชาติอย่างอบอุ่น เพื่อนำเสนอโครงการ Botanica Wisdom (โบทานิก้า วิสด้อม) พูลวิลล่าระดับลักชัวรีพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกหลังบนทำเลศักยภาพ เพื่อรองรับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ชูจุดเด่นใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำอย่าง UWC International School และ Thanyapura Sports & Health Resort อีกทั้งยังรายล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ครบครันในบรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัว พร้อมเผยตลาดวิลล่าหรูใน จ.ภูเก็ตยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง โดยเกาะแห่งนี้ยังเนื้อหอมสำหรับชาวไทยและต่างชาติที่มองหาเมืองที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ทว่ายังต้องรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงของคนทุกเจเนอเรชัน

โครงการ Botanica Wisdom ตั้งอยู่ในตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นำเสนอพูลวิลล่าทั้งสิ้น 64 ยูนิต ภายใต้เป้าหมายในการเติมเต็มชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการอยู่อาศัยที่สงบ เป็นส่วนตัว และใกล้สถาบันการศึกษาชั้นนำ พร้อมผสานความหรูหราเข้ากับฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายผ่านพูลวิลล่า 3 ดีไซน์ ได้แก่ Modern Tropical, Modern Zen และ Tropical Gardena พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานระดับโลก ทั้งสระว่ายน้ำส่วนตัว ห้องครัวครบฟังก์ชัน และที่สำคัญคือการออกแบบที่โอบรับธรรมชาติจากภายนอกด้วยกระจกบานใหญ่ ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน

นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด เผยว่า "Botanica Wisdom เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เราภูมิใจนำเสนอให้แก่ครอบครัวยุคใหม่ ด้วยทำเลอันยอดเยี่ยม ทำให้ทุกครอบครัวได้มีเวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น นอกจากนี้ เช่นเดียวกับทุกโครงการของเรา โบทานิก้าฯ จัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกที่เติมเต็มชีวิตดี ๆ ทั้งคลับเฮาส์ ห้องสมุด โคเวิร์กกิ้งสเปซ และพื้นที่สวนขนาดใหญ่ ที่ทุกเจเนอเรชันได้ใช้พักผ่อนและมาออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ มั่นใจว่าโครงการแห่งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติอย่างแน่นอน"

ตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน 2568 สนามบินนานาชาติภูเก็ตได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเที่ยวบินต่างประเทศถึง 3.8 ล้านคนและจากเที่ยวบินในประเทศถึง 2.4 ล้านคน สะท้อนความนิยมของนักท่องเที่ยวที่มีต่อเกาะแห่งนี้ และนอกจากภูเก็ตจะเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสที่คึกคักอย่างต่อเนื่องแล้ว ภูเก็ตยังเป็นที่รู้จักในฐานะ Long-stay และ Relocation Destination ที่ต่างชาตินิยมย้ายมาอยู่อาศัยและทำงานจากทางไกลเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ตลอดทั้งปี 2568 ภูเก็ต ถือเป็นทำเลดาวเด่นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี ทั้งในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่มองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตระยะยาวอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว คุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เพียบพร้อมด้วยสถาบันการศึกษา โรงพยาบาลชั้นนำ และแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพครบวงจร โดยข้อมูลจาก Colliers Thailand ยังระบุว่าตลาดพูลวิลล่าหรูยังมีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2568 จะมียอดขายวิลล่าในภูเก็ตประมาณ 1,300 ยูนิต

ภายในงาน "Botanica Wisdom Open House" โบทานิก้าฯ ได้นำเสนอสิทธิพิเศษกับราคาโปรโมชัน 15.5 ล้านบาท สำหรับบ้านดีไซน์ Modern Tropical ในจำนวนจำกัดเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกับราคาที่คุ้มค่า

สำหรับผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Botanica Wisdom และโครงการอื่น ๆ ของโบทานิก้าฯ สามารถดูได้ที่ botanicaluxuryvilla.com, Facebook: BOTANICA Luxury Villa หรือโทรสอบถามที่ +66 98-394-7097 และ +66 81 324 2999

 


####

 

เกี่ยวกับ โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า (Botanica Luxury Villas)
บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมานานกว่า 20 ปี โดยได้พัฒนาและเปิดขายโครงการไปแล้วกว่า 31 โครงการ โดยการออกแบบในแต่ละโครงการมีดีไซน์สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง มอบความหรูหราที่ทันสมัย พร้อมมอบประสบการณ์การพักอาศัยที่เหนือระดับให้กับนักลงทุนต่างชาติและคนไทย ด้วยรางวัลการันตีมากมาย อาทิ รางวัล Best Luxury Villa Developer, Thailand 2023, รางวัล Best Luxury Developer Thailand และ Best Developer Phuket 2025 จากเวที Dot Property Thailand,Best Ultra Luxury Housing Development และ Best Luxury Development จากเวที Property Guru Thailand Awards, รางวัล Top 100 of The World Real Estate Brokers and Developers จาก Luxury Lifestyle Awards รวมถึง 7 รางวัล จากเวที Asia Pacific Property Awards 2025 ได้แก่ Apartment/Condominium Development for Thailand, Single Apartment/Condominium for Thailand, Mixed-Use Architecture for Thailand, Mixed-Use Development for Thailand  ในโครงการ HYTHE by BOTANICA, Mixed Use Architecture for Thailand, Mixed Use Development for Thailand ในโครงการ Botanica Grand Avenue และ Office Architecture for Thailand จากสำนักงานของโบทานิก้าฯ

 

สำหรับสื่อมวลชน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อวิวาลดี้ อินทิเกรเต็ด พับลิค รีเลชั่นส์
โทร. +66 (0) 2 612 2253 เว็บไซต์ www.vivaldipr.com
สโรบล ภูเดชาภิรมย์ (ขวัญ)   โทร. 097-232-2429           อีเมล sarobol.p@vivaldipr.com  
ปฐมพร เขียวแก้ว (ยีนส์)       โทร. 063-956-6111           อีเมล pathomporn@vivaldipr.com

 

 



--

Best regards,

VIVALDI PUBLIC RELATIONS (VIVALDI PR) 
MOBILE +66938240008 | OFFICE +6626122253  | FAX +6626122254
EMAIL : 
newscenter@vivaldipr.com
WEBSITE | FACEBOOK | INSTAGRAM



ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกรมการค้าภายใน ร่วมลดค่าครองชีพคนไทย ลดสูงสุด 50% ขนทัพสินค้า–กระเช้าของขวัญ ร่วมโครงการ พาณิชย์ลดราคา New Year Mega Sale 2026 ช้อปคุ้มลดแรงส่งท้ายปี วันนี้–25 ธ.ค.นี้


กรุงเทพฯ 23 ธันวาคม 2568 – ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขานรับนโยบายรัฐ ดูแลค่าครองชีพคนไทย เดินหน้าเข้าร่วมโครงการ "พาณิชย์ลดราคา New Year Mega Sale 2026" ภายใต้การดำเนินงานของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อร่วมแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี ชวนลูกค้าท็อปส์ช้อปจุใจไปกับโปรโมชันจัดเต็ม กับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันจากแบรนด์ชั้นนำลดราคาสูงสุด 50%, สินค้า Red Hot และโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 พร้อมด้วยกระเช้าและสินค้าของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันนี้ – 25 ธันวาคม 2568 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ โดยในวันเปิดงาน ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน ร่วมเยี่ยมชมบูธสินค้าของท็อปส์ โดยมีผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล และ นางเจริญศรี โอสถานุเคราะห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ให้การต้อนรับ

และในช่วงเฉลิมฉลองนี้ ท็อปส์เสริมทัพจัดโปรโมชันกระเช้าปีใหม่ "TOPS OF HAPPINESS 2026" ยกขบวนกระเช้าของขวัญพรีเมียมกว่า 60 แบบ และสินค้าไอเทมพิเศษหลากหลาย โดยเฉพาะสินค้านำเข้าเฉพาะช่วงเทศกาลจากทั่วโลกกว่า 37 ประเทศ และ พร้อมด้วยสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟกว่า 435 รายการ หลากหลายแบรนด์ชั้นนำมาให้ช้อปในราคาสุดคุ้ม ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของทั้งผู้ให้และผู้รับ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านของขวัญคุณภาพจากท็อปส์ พร้อมกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาลให้คึกคัก ตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม 2569 ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ท็อปส์ เดลี่ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์

ช้อปฟินไปกับสินค้าราคาประหยัด ตั้งแต่วันนี้ – 25 ธันวาคม 2568 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ หรือ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand

#TOPS #EveryDayDISCOVERY #TOPSNewYearMegaSale2026


###


 เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล

 

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "เซ็นทรัล รีเทล") เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก รวมทั้งธุรกิจค้าส่ง สินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format Multi-Category Omnichannel Retail และ Wholesale Platform) ในประเทศไทย ประเทศอิตาลี และประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,797 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร  ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel  โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ  เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ดฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่  ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ บิ๊กซี / โก (GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต  มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ  ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม  เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 62 จังหวัด ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 26 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลัก ๆ ทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล 
ปนัดดา (ชมพู่) โทร. 092-946-6954

พลอยฉาย (พลอย) โทร. 095-559-5538

ขวัญสุดา (ต้นอ้อ) โทร. 062-553-5465

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชนติดต่อ

เจซีแอนด์โค คอมมิวนิเคชั่นส์ – JC&CO COMMUNICATIONS –

สิทธิกร ชิตเทพ  / +6694-331-6996 / sitdhikornc@jcco.co.th 

รัญชนา นพรัตน์ / +6696-161-3636 / runchanan@jcco.co.th

  กรวรรณ คุ่ยไชยสงคราม / +6693-023-3346 / korrawank@jcco.co.th

      

** LINE OFFICIAL: @JCCOTHAILAND 

 

 



--

Regards,

Media Relations Division
Public Relations Department
Email: newscenter@jcco.co.th 
LINE OFFICIAL: @jccothailand